ผู้เขียน หัวข้อ: สาเหตุเครื่องตระกูล N พังหรือเสียหาย / การซ่อม /การป้องกันการเสียหาย  (อ่าน 5424 ครั้ง)

ออฟไลน์ sumate

  • Global Moderator
  • ชั่วโมงขับห้าหมื่นไมล์
  • **
  • กระทู้: 901
    • ดูรายละเอียด
 :D ในรูปเป็นเครื่อง N42 / N46 จะเป็นบล๊อกเดียวกันคับอะไหล่ตัวเดียวกัน
ปัญหาที่เกิดคือ
1. การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่ 25000  กม./ครั้ง ทำให้เป็คคราบไอน้ำมันเครื่องเกาะที่ฝาครอบวาลย์ และที่อ่างน้ำมันเครื่องเป็นโคลน ทำให้ฝักบัวที่ดูดน้ำมันเครื่องดูดน้ำมันเครื่องมาที่ปั๊มน้ำมันเครื่องยาก แรงดันน้ำมันเครื่องจะอยู่ที่รอบเครื่องมากหรือน้อย คือตั้งแต่ 4 บาร์ - 20 บาร์ นี่คือแรงดันน้ำมันเครื่องที่เลี้ยงชาร์ฟ และปลอกสูบ แหวน ข้อเหวี่่ยง ก้านสูบ แคมชาร์ฟไอดี-ไอเสีย /วาลย์โน๊ตไอดี-ไอเสีย /กระเดืองตีวาลย์
ทางน้ำมันต้องสะอาด ไม่มีโคลนน้ำมันเครื่องไปอุดตัน
การอุดตันทางเดินน้ำมันเครื่องก็มาจาก
 - การระบายความร้อน ของระบบหล่อเย็นในตัวเครื่อง / ออยน้ำมันเครื่องไม่มีดีพอ เปรียบแล้วเหมือนกับการที่เราเคี้ยวน้ำมันเตา ทำให้เป็นคราบเกาะทุกชิ้นส่วน การทำงานของส่วนที่เคลื่อนที่ได้จะทำงานแบบติดขัด น้ำมันเครื่องไม่สามารถมาช่วยได้เนื่องจากคราบที่เกาะมันมากเกินไป

2. น้ำมันเครื่องปลอม อาการเสียเครื่อง เสียงโลหะภายในจะดังออกมานอกเครื่อง เพราะเป็นการกระแทกกัน โดยไม่มีการกล่อลื่น แบบนี้เตรียมตัวพังทั้งชาร์ฟ ข้อ/ก้าน แหวน /ปลอกสูบหลวม

3.ระบบหล่อเย็น เครื่องยนต์ และน้ำมันเครื่อง เป็นหัวใจที่สำคัญที่สุด ถ้าการกล่อเย็นเหมือนรถใหม่ป้ายแดงปัญหาคงไม่เกิน แต่รถเกิน 5ปีมาแล้ว ต้องดูแลระบบหล่อเย็นให้ดีคับ

4. การติดตั้งระบบแก๊ส LPG ที่ความร้อนเครื่องยนต์จะสูงขึ้นไปอีก 100-180 องศา จากปกติที่ 200 -350 องศาบริเวน แหวน/ปลอกสูบ ลูกสูบ ก้านสูบ ชาร์ฟข้อเหวี่ยง ชาร์ก้านสูบ จะเป็น 300 - 530 องศาเมื่อรอบเครื่องเป็น 3000 - 4000 -5000 รอบ/นาที ทำให้ความร้อนตัวเครื่องยนต์ สูงขึ้นกว่าเดิม ระบบหล่อเย็นน้ำต้องดีเหมือนรถใหม่ถึงสู้กันได้ และในรอบ/ความเร็วสูงๆๆควรใช้น้ำมันแทน พลังงานทดแทนความร้อนเครื่องจะได้ไม่สูงเกิน และอีกกรณ๊ 1 ช่วยได้คือการจูนแบบไม่เต็มเพื่อให้ฝาสูบและเสื้อสูบรับความร้อนเพิ่มมากขึ้นทีละนิดชินชินเสียก่อน สัก 5000 -10000 กม.แล้วจึงจูนเต็มที่ และการใช้งานต้องเข้าใจว่าห้ามใช้แก๊สในกรณ๊รอบเครื่องสูง ความเร้วสูง มันจะมีความร้อนมากที่สุด สังเกตุในภาพที่พัง มาจากเรื่อง การระบายความร้อน และเรื่องแก๊สแทบทุกเครื่อง หวังว่าอี 90 คงเข้าใจในการใช้พลังงานทดแทน
 - ขับช้ารถติดใช้แก๊สความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม ใช้แก๊ส
 - ขับเร็ว รอบสูงทางโล่ง อัดตลอดเกิน 140 ขึ้นไปใช้น้ำมัน
การติดแก๊สคือการใช้พลังงานทดแทนแบบประหยัด ถ้าเราใช้ความเร็วสูงต้องจูนแก๊สให้กินมากขึ้น เพื่อเพียงพอต่อการจุดระเบิด ผลออกมา เปลื้องแก๊สเกือบเท่าน้ำมัน ความร้อนเครื่องสูงปะเก็นแตก น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็ว ไอน้ำมันเครื่องเหนียวเกาะผนังทุกที่เป็นคราบ และสีจะเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนแกนทุกอย่างเคลื่อนที่ยากติดขัดไปหมด /น้ำมันเครื่องเป็นโคลนง่ายขึ้น และร้อนมากๆๆจะกลายเป็นการเคี้ยวน้ำมันเตาไปเลย หมดสภาพการเป็นน้ำมันหล่อลื่นที่ดี

ทุกๆๆอย่างมีทางแก้ ข้อให้เข้าใจความต้องการของเครื่องยนต์ก่อน และกระทู้หลังๆๆถึงจะมาเริ่มแก้ไขก่อนที่จะเป็นแบบในรูปได้คับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: July 02, 2013, 18:30:31 โดย sumate »



ออฟไลน์ sumate

  • Global Moderator
  • ชั่วโมงขับห้าหมื่นไมล์
  • **
  • กระทู้: 901
    • ดูรายละเอียด
 ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: July 02, 2013, 10:58:58 โดย sumate »

ออฟไลน์ aroon

  • E92LCI
  • Global Moderator
  • ชั่วโมงขับสองหมื่นไมล์
  • **
  • กระทู้: 466
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.arbims.com
25000 ไงเครื่องก็พัง.....ผมไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเองก่อนกำหนดเปลี่ยน 4500 กิโล...พอเอารถเข้าศูนย์มันทะลึ่งปรับมาให้เราเป็นอีก 9000 โลถึงเปลี่ยนถ่ายอีกครั้ง แล้ววันที่กำหนดเปลี่ยนไปเป็นปี 2015 โอ้พระเจ้าแล้วมันจะนานอะไรขนาดนั้น ปีครึ่งเลย...

ออฟไลน์ sumate

  • Global Moderator
  • ชั่วโมงขับห้าหมื่นไมล์
  • **
  • กระทู้: 901
    • ดูรายละเอียด
ในศูนย์จะตั้งค่า oil service 25000 กม. คับ ถ้าทำตามนั้นเครื่องยนต์เราจะแย่คับ
อันนี้มาให้ดู ชิ้นส่วนเครื่องในการทำงานและความร้อนเครื่อง ที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมันปกติ
แต่เมื่อไหร่ที่ใช้แก๊ส อุณหภูมิจะสูงขึ้น 100 - 180 องศา
100-180 องศา จะแปรผันตาม ความเร็วรอบเครื่องยนต์และความเร็วรถที่มีโหลดด้วย 0 - 215 กม/ชม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: July 02, 2013, 18:40:17 โดย sumate »

 

ผู้สนับสนุนเว็บ